ใช้ข้อมูลแบบชูวิทย์

posted on 05 Jul 2011 09:26 by clookclick in Jibkwamkid

และแล้วการเลือกตั้งครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของคนไทย ก็ผ่านไปด้วยดี
ผลการเลือกตั้ง ก็เป็นที่รู้กันแล้ว มีผิดหวัง สมหวัง ไปตามความหวังที่ตั้งไว้
แต่ที่อยากจะเขียนถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องของความหวัง แต่เป็นเรื่องกลยุทธ์การส่งผู้สมัคร
ผมอั้นเรื่องนี้ไว้ตั้งนาน กลัวจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงต้องมาเขียนในวันที่เลือกตั้งเสร็จแล้ว

หลังเปิดตัวผู้สมัคร จับสลากได้เบอร์ประจำพรรค ผมก็ติดตามอยู่ 2 พรรคครับ
เดาเล่นๆไหมครับ ว่าคือพรรคใด?
ไม่ใช่พรรคที่เป็นฝ่ายค้าน และก็ไม่ใช่พรรคที่เป็นรัฐบาล
สองพรรคนี้คือ รักประเทศไทย และรักษ์สันติ

ทำไมผมจับตามอง 2 พรรคนี้
1. เป็นพรรคก่อตั้งใหม่ทั้งคู่
2. เทียบระดับความดังของหัวหน้าพรรคแล้ว เป็นรู้จักกันทั่วประเทศ
3. หัวหน้าพรรคเคยเล่นการเมืองมาก่อน
4. ชื่อพรรค
5. กลยุทธ์การส่งตัวผู้สมัคร

ไม่น่าเชื่อนะครับว่า สองพรรคนี้ จะมีอะไรๆเหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อ
แต่…ในความเหมือนหลายๆเรื่องนั้น มีจุดต่างที่ชัดเจนคือ การส่งตัวผู้สมัคร

รักษ์สันติ ส่งผู้สมัครทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อ แม้ไม่ได้จัดเต็มเหมือนพรรคใหญ่ แต่ก็ถือว่า ส่งครบทั้งสองแบบ
ต่างจาก รักประเทศไทย ที่ส่งผู้สมัครเฉพาะแบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น

เป็นพรรคเดียวที่คิดต่างทำต่าง สวนทางกับนักการเมืองทั่วไปที่คิดว่า ต้องมีสส.เขตเป็นฐานคะแนนเสียง

“ทำไมเฮียชูวิทย์ ถึงส่งปาร์ตี้ลิสต์อย่างเดียว?”
ก. เฮียแกชอบทำอะไรแผลงๆ ไม่ชอบทำเหมือนคนอื่น จะได้เป็นจุดเด่น
ข. เฮียแกชอบปาร์ตี้ ก็เลยส่งเฉพาะ Party list
ค. เฮียแกหาคนลง สส.เขต ไม่ได้
ง. เฮียแกอยากโชว์ออฟ รูปแกคนเดียว
ฯลฯ

เหตุผลข้างต้นเหมือนจะใช่ แต่ก็ยังไม่ถูกต้อง
จากประสบการณ์ที่เฮียชูวิทย์เคยลงสมัคร สส. เมื่อครั้งอยู่กับพรรคอื่น เฮียแกสังเกตเห็นว่า
‘เขตเลือกตั้งที่พรรคส่ง สส. ทั้ง 2 แบบ จะได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ในเขตนั้น น้อยกว่า เขตที่ไม่ส่ง สส.เขต’
แปลกไหมครับ?
ปกติเราคิดว่า ถ้าคนเลือก สส. เขตของพรรคใด ก็น่าเลือก สส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคนั้น
แต่ไม่เป็นอย่างนั้น

ครับ! เฮียชูวิทย์แกดูข้อมูลเก่า
อ่านนิสัยคนไทย จากข้อมูลในอดีต ก็สรุปได้ว่า
“การขอแบ่ง ทำได้ง่ายกว่า ขอทั้งหมด”
เพราะแต่ละคน จะมีคนที่รัก พรรคที่ชอบอยู่แล้ว อย่างน้อยๆ สส.หน้าเดิมในพื้นที่ ก็มาฉีดยุง ไล่แมลง แจกของตอนน้ำท่วน คนเหล่านีชาวบ้านเขาเลือกอยู่แล้ว!
ดังนั้นถ้าส่ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ แล้วให้เขาเลือกคนที่ชอบ แต่ขอแบ่ง 1 คะแนน เอาไว้ตรวจสอบ เอาไว้ถ่วงดุล จะเป็นไปได้มากกว่า

และดูเหมือนคุณชูวิทย์ จะอ่านใจคนไทยถูก เพราะกลยุทธ์นี้ ทำให้พรรคได้ สส. เข้าสภา ถึง 4 คน
แต่ก็ใช่ว่าคนอื่นจะเลียนแบบเฮียแกได้ง่ายๆ
เพราะคนที่ทำแบบนี้ได้ ต้องดังระดับประเทศ นี่ถ้าคุณปุระชัย ใช้กลยุทธ์เดียวกันนี้ และประกาศเข้าไปจัดระเบียบสายเดี่ยว-เที่ยวดึก-คึกไม่หยุด รับรองไม่เดินเข้าสภาคนเดียวแบบนี้

นี่เป็นตัวอย่างการเอาข้อมูลมาใช้
ใครสอบตกครั้งนี้ ไม่ต้องผิดหวัง เลียนแบบเฮียแกได้ เก็บบทเรียนปี 54 นี้ไว้ แล้วไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็แล้วกันครับ

edit @ 5 Jul 2011 09:26:24 by นายขลุกขลิก

Comment

Comment:

Tweet